ความรู้พื้นฐานเรื่องสุนัขท้อง
1. ลักษณะของสุนัข สุนัขตัวผู้ สุนัขตัวผู้จะโตเป็นหนุ่มเมื่ออายุได้ 6 เดือน หรือเมื่ออัณฑะสุนัขลงถุงแล้ว ก็สามารถผสมพันธุ์ได้ แต่สุนัขจะสมบูรณ์ เมื่ออายุ
ประมาณ 9-12 เดือน ถ้าผู้เลี้ยงไม่ต้องการให้สุนัขผสมพันธุ์ ก็ควรจะทำหมันเสีย สำหรับสุนัขที่ไม่ทำหมัน มักจะมีนิสัยก้าวร้าว ชอบกัดกัน วิ่งไล่รถมี
พฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศ เช่น ชอบขี่ขาคน หรือขึ้นขี่เด็ก ๆ เห่าหอน เป็นต้นสุนัขตัวเมีย สุนัขจะเข้าสู่ระยะเป็นสาวและเริ่มเป็นสัดครั้งแรกเม ื่ออายุแตกต่างกัน
ขึ้นอยู่กับขนาดของพันธุ์ และการจัดการ แต่โดยเฉลี่ยจะมีสัดครั้งแรกประมาณ 6-24 เดือนหรือมากกว่า สุนัขเป็นสัดเฉลี่ยปีละ 2 ครั้ง
2. วงจรการเป็นสัดของสุนัข วงจรการเป็นสัดของสุนัข สามารถแบ่งได้เป็น 4 ระยะ คือ
1. ระยะก่อนสัด (PRO-OESTRUS) ระยะนี้โดยเฉลี่ยใช้เวลา 9 วัน อาการที่บ่งบอก ได้แก่ ปากช่องคลอดเริ่มบวมขึ้น มีน้ำเมือกใสข้นไหล
ออกมา บางทีอาจไม่พบเมือกเพราะแม่สุนัขกินหมด สุนัขถ่ายปัสสาวะบ่อย แต่มีน้ำปัสสาวะน้อยและมีการปล่อยสาร PHEROMONES ดัง
นั้น จะเริ่มพบว่ามีสุนัขเพศผู้มาติดพัน
2. ระยะสัด (OESTRUS) เป็นระยะที่นับจากการที่สุนัขตัวเมียยืนนิ่งยอมให้ตั วผู้ผสม จนถึงระยะที่ตัวเมียไม่ยอมให้ตัวผู้ผสม โดยเฉลี่ยใช้
เวลา 9 วัน เป็นระยะที่มีการตกไข่มากจากรังไข่ ดังนั้น ผู้เลี้ยงจะต้องเช็คระยะนี้ให้ถูกต้องแม่นยำเพื่อการ เพาะพันธุ์ลูกสุนัข
3. ระยะหลังสัด (METOESTRUS) ระยะนี้ใช้เวลา 90 วัน ท้องเทียมมักเกิดในช่วงดังกล่าว
4. ระยะพัก (ANOESTRUS) เป็นระยะที่รังไข่หยุดกิจกรรม จากระยะหลังสัดถึงระยะพักเฉลี่ยแล้วประมาณ 4-6 เดือน การที่ผู้เลี้ยงสุนัขเข้าใจวงจรการเป็นสัดของสุนัข จะช่วยให้ผู้เลี้ยงประสบความสำเร็จในการเพาะพันธุ์ได ้ง่ายขึ้น
3. การตั้งท้องสุนัขมีระยะเวลาการตั้งท้องประมาณ 55-64 วัน และจะสามารถตรวจได้เมื่อตั้งท้อง 4-6 อาทิตย์ โดยการคลำตรวจหรือการเอ๊กซเรย์ในวันที่
45 ของการตั้งท้อง หรืออาจสังเกตจากอวัยวะเพศ การดูแลสัตว์ในช่วงท้อง มีตั้งแต่การให้อาหาร โดยในช่วงเดือนแรกของการตั้งท้องผู้เลี้ยงควรให้ปริมาณปกติ
เมื่อท้องได้ 5 สัปดาห์ ปรับปริมาณอาหารที่ให้พลังงานเพิ่มอีก โดยเฉพาะตับ ไข่ นม หรืออาหารที่มีโปรตีนในช่วงท้ายของการตั้งท้องและช่ว งให้นม เพราะลูก
จะได้รับอาหารที่แม่สะสมไว้ แม่หมาจะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นในช่วงเดือนหลัง เมื่อน้ำหนักเพิ่มควรให้ปริมาณอาหารเพิ่มด้วย เน้นพวกโปรตีน ในสุนัขพันธุ์เล็กที่กิน
อาหารน้อยอยู่แล้ว ควรเพิ่มปริมาณอาหารที่มีไขมันปน เพื่อจะได้รับพลังงานด้วย อย่าให้อาหารมากเกินไป เพราะถ้าสุนัขอ้วนแล้วจะทำให้คลอดลำบาก ควรให้
แม่สุนัขออกกำลังกายพอสมควร เพื่อให้กล้ามเนื้อแข็งแรง การให้เดินออกกำลังกายก็เพียงพอแล้ว การถ่ายพยาธิในแม่พันธุ์ ควรจะถ่ายพยาธิปีละ 3-4 ครั้ง
รวมทั้งช่วงกลางของการตั้งท้อง โดยถ่ายให้ครอบคลุมพยาธิทุกชนิด ภาวะท้องเทียมภาวะท้องเทียมจะเหมือนกับการตั้งท้อง คือ หลังจากผสมพันธุ์ประมาณ
5-6 สัปดาห์ แม่สุนัขจะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นแต่ไม่ท้อง ภาวะท้องเทียมนี้อาจเกิดได้ในสุนัขที่เคยตั้งท้องปกต ิ ภาวะนี้ อาจโน้มนำให้เกิดปัญหามดลูกอักเสบและ
มะเร็งเต้านมได้ วิธีแก้ไขก็ด้วยการฉีดฮอร์โมนเพื่อให้น้ำนมหยุดไหล และทางที่ดีที่สุดคือ การทำหมัน4. ความผิดปกติหลังการคลอดมักจะไม่เกิดกับสุนัขที่เจ้า
ของให้อาหารอย่างถูกต้อง และเลี้ยงดูอย่างถูกวิธี ปัญหาที่มักพบหลังคลอด ได้แก่ รกค้างมดลูกเข้าอู่ไม่สมบูรณ์ มดลูกอักเสบ ไม่มีน้ำนม เต้านมอักเสบ และ
อาการชักเนื่องจากขาดแคลเซียม รกค้าง (RETAINED PLACENTA) ในกรณีสงสัยว่ารกค้าง จะสังเกตได้จากมีน้ำสีเขียวเข้มจนถึงคล้ำไหลออก
มาจาก ช่องคลอดต่อเนื่องเกิน 12 ชั่วโมง ถ้าคลำท้องจะพบว่ามดลูกมีขนาดใหญ่เป็นลูกคลื่น อาการรกค้างพบในแม่สุนัขที่คลอดลูกนานกว่าปกติ และสุนัขพันธุ์
เล็ก (TOY BREED) ดังนั้น เพื่อป้องกันอันตรายที่เกิดจากรกค้าง ผู้เลี้ยงควรจะนับรกเวลาทำคลอดด้วยและเมื่อพบว่ามีรก ค้างเกิดขึ้น ควรรีบพาสุนัขไป
พบสัตว์แพทย์โดยเร็วที่สุด มดลูกอักเสบ (METRITIS) ปัญหานี้มักเกิดในสัปดาห์แรก ภายหลังการคลอดหรือแท้งลูก ทั้งนี้ เพราะมีการติดเชื้อเข้าไปใน
มดลูก ปัจจัยที่ทำให้เกิดมดลูกอักเสบ ได้แก่- ลูกหรือรกค้างอยู่ในมดลูก - การเอาเครื่องมือที่สกปรก สอดเข้าไปในช่องคลอด ในเวลาทำคลอด - สิ่งแวดล้อม
ขณะทำคลอดสกปรก - กล้ามเนื้อมดลูกเปื่อยปัญหาที่เกี่ยวกับการให้นม การให้นมลูกของแม่สุนัขขึ้นอยู่กับปัจจัยดังต่อไปนี้ ได้แก่ พันธุกรรม สุขภาพปัจจุบัน
โปรแกรมการให้อาหาร ปัญหาเรื่องการให้นม ประกอบด้วย ภาวะไม่มีน้ำนม เต้านมบวมน้ำ เต้านมอักเสบ เพราะฉะนั้น การคัดเลือกประวัติแม่สุนัขที่มีสุขภาพ
แข็งแรง การให้อาหารที่สมดุลย์ จะช่วยลดปัญหาภาวะไม่มีน้ำนมได้ ภาวะไม่มีน้ำนมนั้น เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงภาวะความผิดปกติของการให้นมของแ ม่สุนัข
สาเหตุส่วนใหญ่มาจากความผิดปกติของฮอร์โมน หรือความผิดปกติของต่อมน้ำนม ดังนั้น เมื่อเกิดปัญหาที่เกี่ยวกับน้ำนม ผู้เลี้ยงควรจะรีบพาสุนัขไปพบสัตว์
แพทย์โดยเร็วที่สุ ด เพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริง เพราะภาวะผิดปกติเช่นนี้จะไม่เพียงแต่จะมีผลกับแม่สุ นัขเท่านั้น หากยังส่งผลต่อลูกสุนัขอีกด้วย
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น